TL;DR — Cavitation เกิดเมื่อความดันที่ทางเข้า (suction) ของปั๊มตกลงต่ำกว่าความดันไออิ่มตัว () ของของเหลว ทำให้เกิดฟองไอแล้วยุบตัวรุนแรงที่ใบพัด หัวใจของการป้องกันคือเทียบ NPSH available (สิ่งที่ระบบมีให้) กับ NPSH required (สิ่งที่ปั๊มต้องการ): ต้องให้ โดย margin ปกติ 0.5–1.0 m หรือ 1.2–1.3 เท่าของ สำหรับงานวิกฤต ถ้า margin ไม่พอ ปั๊มจะสึก เสียง แรงสั่น และ head ตก
ทำไมถึงสำคัญ
เคยมีกรณีในสถานีสูบน้ำดิบแห่งหนึ่ง — ปั๊มตัวใหม่เพิ่งติดตั้งเสร็จ เดินเครื่องได้ไม่กี่สัปดาห์ก็เริ่มมีเสียงเหมือน "กรวดวิ่งในท่อ" head ที่วัดได้ตกลงจาก spec ราว 15% และเมื่อถอดออกมาดู ใบพัดด้านดูดเป็นรูพรุนเหมือนฟองน้ำ
สาเหตุไม่ใช่ปั๊มเสีย แต่คือ NPSH available ต่ำเกินไป — วิศวกรคำนวณ static head ถูก แต่ลืมว่าฤดูแล้งระดับน้ำในบ่อลดลง 1.5 m และ strainer ที่เริ่มอุดตันเพิ่ม friction loss อีก 0.8 m รวมแล้ว หล่นลงมาต่ำกว่า ของปั๊ม
นี่คือบทเรียนคลาสสิก: cavitation ไม่ได้เกิดเพราะปั๊มไม่ดี แต่เกิดเพราะ ระบบจ่าย NPSH ให้ปั๊มไม่พอ
1. Cavitation คืออะไร?
ของเหลวจะเดือดเมื่อความดันรอบตัวมันตกลงต่ำกว่า ความดันไออิ่มตัว () — ไม่จำเป็นต้องร้อน เพียงแค่ความดันต่ำพอก็เดือดได้ ที่ทางเข้าปั๊ม ของเหลวถูกเร่งความเร็วผ่าน eye ของใบพัด ความดันจึงตกลงตาม Bernoulli ถ้าตกต่ำกว่า — เกิดฟองไอ
ฟองไอเหล่านี้ถูกพาเข้าไปในบริเวณความดันสูงกลางใบพัด แล้ว ยุบตัวอย่างรุนแรง (implosion) สร้าง micro-jet ความเร็วสูงและคลื่นกระแทกเฉพาะที่ความดันสูงถึงระดับ GPa กระแทกผิวโลหะซ้ำ ๆ จนเกิด pitting และการสึกหรอ
อาการที่สังเกตได้:
- เสียงเหมือนกรวดหรือลูกปืนวิ่งในปั๊ม
- head และ flow ตก (performance degradation)
- แรงสั่นสะเทือนสูงขึ้น
- ใบพัดและ casing สึกเป็นรูพรุน
2. NPSH — สองด้านของสมการ
NPSH (Net Positive Suction Head) คือ ความดันส่วนเกินเหนือความดันไออิ่มตัว ที่ทางเข้าปั๊ม วัดเป็นหน่วยความสูงของของเหลว (m) มีสองค่าที่ต้องเทียบกันเสมอ:
NPSH available () — สิ่งที่ "ระบบ" มอบให้ คำนวณจากสภาพการติดตั้งจริง:
โดย:
- = ความดันบรรยากาศ, = ความดันเหนือผิวของเหลว (gauge; เป็นลบถ้าถังสุญญากาศ)
- = ความดันไออิ่มตัวที่อุณหภูมิใช้งาน
- = static head (บวกถ้าผิวของเหลว สูงกว่า ปั๊ม = flooded suction; ลบถ้าต้องดูดขึ้น)
- = friction loss ในท่อดูด + fitting + strainer
NPSH required () — สิ่งที่ "ปั๊ม" ต้องการ เป็นคุณสมบัติของตัวปั๊มเอง วัดจากการทดสอบ (จุดที่ head ตก 3% เรียก ) อ่านได้จาก pump curve ที่ flow ใช้งาน เพิ่มขึ้นตาม flow rate กำลังสอง
3. กฎ Margin — หัวใจของการป้องกัน
เงื่อนไขความปลอดภัยพื้นฐานคือ:
ทำไมต้องมี margin? เพราะ ที่ผู้ผลิตรายงานคือจุดที่ head ตกไปแล้ว 3% — นั่นแปลว่า cavitation เริ่มเกิดก่อนหน้านั้นนานแล้ว (incipient cavitation เกิดที่ NPSH สูงกว่า ราว 2–5 เท่าด้วยซ้ำ) margin จึงกันระยะห่างจาก cliff
แนวทาง margin ที่ใช้กันทั่วไป (อ้างอิง HI 9.6.1):
| ประเภทงาน | Margin แนะนำ |
|---|---|
| งานทั่วไป น้ำสะอาด | m หรือ 1.1 × |
| ปั๊มแรงดันสูง / BB type | 1.2–1.3 × |
| Hydrocarbon / boiler feed วิกฤต | 1.3–2.0 × หรือ m |
| ของเหลวมีก๊าซละลาย | เพิ่ม margin พิเศษ |
กฎง่าย ๆ: อย่าออกแบบให้ เฉียด เพราะ จะเพิ่มเมื่อ strainer อุดตัน, จะเพิ่มเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น, และระดับน้ำจะลดในฤดูแล้ง — ทุกตัวแปรขยับไปทางที่กิน margin ทั้งสิ้น
4. Worked Example — ปั๊มน้ำที่ 60 °C
โจทย์: สูบน้ำที่ 60 °C จากถังเปิด ผิวน้ำสูงกว่าปั๊ม 2.0 m ท่อดูดมี friction loss 1.2 m ปั๊มที่ flow ใช้งานมี m
ข้อมูลของไหล (น้ำ 60 °C): kPa, kg/m³
คำนวณ barometric + vapor head:
รวมเป็น :
ตรวจ margin: m → margin เยอะมาก ปลอดภัย
แต่ลองดูถ้าน้ำร้อนเป็น 90 °C: kPa ทำให้ barometric head เหลือเพียง m → m → margin เหลือแค่ 0.6 m — เริ่มอันตราย นี่คือเหตุผลที่ของเหลวร้อนต้องระวัง cavitation เป็นพิเศษ
5. ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- ❌ "ปั๊มเสียงดัง = ปั๊มพัง" → ✓ ส่วนใหญ่คือ cavitation จาก NPSH ไม่พอ แก้ที่ระบบดูด ไม่ใช่เปลี่ยนปั๊ม
- ❌ " คงที่ตลอด curve" → ✓ มันเพิ่มตาม flow²; ที่ runout จะสูงกว่าที่ BEP มาก
- ❌ "เพิ่มความเร็วรอบช่วยให้ดูดดีขึ้น" → ✓ ความเร็วสูงขึ้น ยิ่งสูง ยิ่ง cavitate ง่าย
- ❌ "ของเหลวเย็น = ไม่ cavitate" → ✓ ขึ้นกับ เทียบความดันจริง ไม่ใช่อุณหภูมิสัมบูรณ์
- ❌ "ติด valve หรี่ที่ suction เพื่อคุม flow ได้" → ✓ ห้ามเด็ดขาด — เพิ่ม กิน NPSH โดยตรง คุม flow ที่ฝั่ง discharge
6. สรุป — ตรวจ NPSH ก่อนติดตั้งทุกครั้ง
flowchart TD
Start["<b>เริ่ม</b><br/><span style='font-size:12px;opacity:0.7'>คำนวณ NPSHa จากระบบจริง</span>"]
Check{"NPSHa ≥ NPSHr + margin?"}
Path1["<b>ผ่าน</b><br/>ติดตั้งได้ ตรวจซ้ำตามฤดู/อุณหภูมิ"]
Path2["<b>ไม่ผ่าน</b><br/>เพิ่ม static head / ลด Hf / ลดอุณหภูมิ / ปั๊ม NPSHr ต่ำ"]
End["<b>ระบบปลอดภัยจาก cavitation</b>"]
Start --> Check
Check -->|"yes"| Path1
Check -->|"no"| Path2
Path1 --> End
Path2 --> Check
classDef preferred fill:#eef3e6,stroke:#5a7d4a,stroke-width:1.75px,color:#2d4a2b
classDef caution fill:#f7ecdd,stroke:#a87a47,stroke-width:1.75px,color:#5b4023
classDef defaultBox fill:#ffffff,stroke:#141413,stroke-width:1.5px,color:#141413
classDef terminal fill:#141413,stroke:#141413,stroke-width:1.5px,color:#fbf7f4
class Path1 preferred
class Path2 caution
class Start,Check defaultBox
class End terminal
Take-away
- Cavitation = ความดันที่ suction ตกต่ำกว่า → ฟองไอยุบตัวกัดกร่อนใบพัด
- เทียบ (ระบบ) กับ (ปั๊ม) เสมอ — ต้องมี margin
- คือจุด head ตก 3% แล้ว — cavitation เริ่มก่อนหน้านั้น margin จึงจำเป็น
- ตัวแปรที่กิน margin: friction loss เพิ่ม, อุณหภูมิสูง ( เพิ่ม), ระดับน้ำลด, ความเร็วรอบสูง
- คุม flow ที่ discharge ไม่ใช่ suction
- ตรวจ NPSH ที่สภาวะ worst-case ไม่ใช่สภาวะปกติ
ลองใช้เครื่องคำนวณของเรา
คำนวณ จากสภาพระบบของคุณได้ที่ NPSH Available Calculator แล้วเลือกปั๊มที่เหมาะสมด้วย Pump Sizing Calculator — ใส่ static head, friction loss และอุณหภูมิของไหล แล้วระบบจะบอกทันทีว่า margin พอหรือไม่
เอกสารอ้างอิง
- Hydraulic Institute, HI 9.6.1 — Rotodynamic Pumps Guideline for NPSH Margin (2017)
- Hydraulic Institute, HI 9.6.7 — Effects of Liquid Viscosity on Rotodynamic Pump Performance
- API Standard 610, Centrifugal Pumps for Petroleum, Petrochemical and Natural Gas Industries, 12th ed., §6.1 (NPSH)
- Karassik, I.J. et al., Pump Handbook, 4th ed., McGraw-Hill, Ch. 2 (Cavitation & NPSH)
- Lobanoff & Ross, Centrifugal Pumps: Design & Application, 2nd ed., Ch. 9